<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" >
<channel>
<title>ความรู้ทั่วไป </title>
<link>http://joyboy.nireblog.com</link>
<description> </description>
<pubDate>Mon, 22 Mar 2010 09:54:22 +0700</pubDate>
<image>
<title>ความรู้ทั่วไป </title>
<url>http://static.nireblog.com/imagenes/logo.png</url>
<link>http://joyboy.nireblog.com</link>
</image>
<generator>http://nireblog.com</generator>
	<item>
	<title>การออกแบบหนังสือรุ่นเดียวกัน</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2009/01/19/aaaaaaaasasaaaaaaaaaaaaeaauacaaaa</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2009/01/19/aaaaaaaasasaaaaaaaaaaaaeaauacaaaa</guid>
		<description><![CDATA[<p><img id="image462425" style="width: 567px; height: 388px" src="http://files.nireblog.com/blogs4/joyboy/files/8888.jpg" alt="หนังสือรุ่นเดียกัน" width="567" height="388" />
</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2009/01/19/aaaaaaaasasaaaaaaaaaaaaeaauacaaaa#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 19 Jan 2009 10:52:01 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยโทรศัพท์</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2009/01/12/aaaaeasaaaaaaaaaaaeaaaaoeaeaaaaaaacaaaaaazaaoe</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2009/01/12/aaaaeasaaaaaaaaaaaeaaaaoeaeaaaaaaacaaaaaazaaoe</guid>
		<description><![CDATA[<p>สำหรับผูที่อยู่ไกลสายโทรศัพท์หรือโน๊ตบุคที่ต้องออก นอกสถานที่ครับเพื่อมีประโยชน์ครับลองกันดูนะครับ<br /> การต่อเน็ตด้วยมือถือไม่ต้องทำอะไรที่โทรศัพท์เลยครั บแค่สมัครแพ็คเก็ตรอไว้อย่างเดียวพอเลยครับ<br /> สำหรับผมใช้ ซิม aisครับก่อนต่อเน็ตก็โทรสอบถามอัตราค่าบริการจากศูนย ์กันก่อนนะครับ<br /> ส่วนผมใช ais ก็โทร *138 แล้วเลือกโปรเอาครับ ผมใช่แบบ50ชั้วโมง 200 บาทครับนานดี</p>
<p> เริ่มกันเลยนะครับ<br /> อุปกรที่ต้องใช้ คือ<br /> 1 โทรศัพท์ซิมเบียน nokia ของคุณ<br /> 2 สายเชื่อมต่อ dku2 ซึ่งแถมมากับโทรศํพท์<br /> 3 แผ่นโปรแกรม pc suite มันก็แถมมากับโทรศัพท์อีกเหมือนกันครับ</p>
<p> การเชื่อมต่อนะครับ<br /> 1 ลงโปรแกรม pc suite ให้เสร็จเรียร้อยอย่าเพิ่งต่อโทรศัพท์ระหว่างลงโปรแก รมนะครับเดียวจะเป็นเรื่อง<br /> 2 หลังจากลงเรียบร้อยแล้วก็ต่อสาย dku2 เข้ากับโน็ตบุคหรือคอม รอสักครู่มันจะทำการถ่ายโอนไดร์เวอร์โมเดม<br /> และเชื่อมต่อเมื่อเชื่อมต่อแล้วเราจะเห็นไอคอนรูปโทร ศัพท์ที่ มุมลางขวาแถบนาฬิกาครับมันจะขึ้นว่าเชื่อมต่อกับโทรศ ัพท์<br /> แล้วแต่รุ่นนะครับ แล้วแต่ว่าเราใช้รุ่นอะไรมันก็จะขึ้นบอกจากนั้นพักไว ้ก่อน ยังไม่ต้องทำอะไรครับ<br /> 3 เรามาตังค่่าคอมก่อนนะครับโดยเปิดไปที่ control panel แล้วมองหาไอคอน ชื่อ phon and modem แล้วเข้าไปในหัวข้อนี้ครับ<br /> เพื่อตังค่า area code เป็น 66 ถ้ามีอยูิ่แล้วก็ผ่านเลยครับปิดหน้าจอตัวนี้ได้เลยคร ับ<br /> 4 การตังค่าที่โปรแกรม pc suite นะครับโดยเริมทีคลิ้กขวาที่ไอคอนรูปโทรศัพท์ที่หน้าจ อที่อยู่บริเวณมุมขวาลางแถวๆนาฬิกา<br /> จะมีตัวเลือกขึ้นมาบานเลยให้มองหาหัวข้อที่ว่า เชื่อมต่ออินเทอร์เนต แล้วคลิ๊กเข้าไปเลยครับ จะเกิด pop upขึ้นมาว่า one touch acceaa<br /> มันจะเชื่อมต่อทันทีครับแต่เราไม่ต้องสนใจครับให้มอง หา หัวข้อที่ชื้อว่า กำลังตั้งค่า แล้วก็คลิ๊กเข้าไปเลยครับ ก็จะเจอ หน้าต่างชื่อ one touch access wizard<br /> ในช่องว่าเราจะเห็นชื่อของโทรศัพท์ที่เราใช้เชื่อมต่ อโมเดมครับ ไม่ต้องทำอะไรครับหน้านี้ คลิ๊ก ที่ถัดไป ได้เลยครับ<br /> จากนั้นเราจะพบ หัวข้อ เลื่อกผู้ให่บริการเครือขาย ก็เลือกที่หัวข้อ เลือกผู้ให้บริการเครือขายจากรายการ แล้วก็ติ๊กตรงช่องเล็กๆอ่ะครับแล้วเลือนลงมาเรื่อยๆจ นกว่า</p>
<p> จะพบ ais thailand ก็คลิ๊กเลยครับแต่ถ้าใช้ซิม dtac ก็เลือนลงมาอีกที่ dtac thailand ส่วนorange ก็เลือกที่orange thailand ครับ<br /> จากนั้นก็เป็นที่เรียบร้อยครับคลิ๊กเสร็จได้เลยครับม ันก็จะกลับมาหน้าจอแรกเลยครับ คลิ๊กที่เชื่อมต่อได้เลยครับ แล้วรอสักแป็ปครับ ตัว one touch accessจะยุบลงไปเองไม่ต้องปิดครับปล่อยเอาเรียบร้อยครับผมว่าน่าจะเชื่อมต่อได้แล้วนะครับใช้ได ้ทังคอมและโน็ตบุคครับ</p>
<p> ปล. อีกนิดครับเมื่อเชื่อมต่อแล้วมันจะขึ้นหัวข้อเล็กๆตร งมุมล่างขวานะครับใหเราคลิ๊กดูครับเราจพบหัวข้อการเช ื่อมต่อครับแล้วเลือกที่<br /> properties จะไปอีกหน้า แล้วเลือกที่ configure จะพบหัวข้อ modem configuration แล้วเลือกที่ช่อง<br /> maximum speed(bps) ให้เราเลือกความเร็วที่ 921600 จากนั้นก็กด ok แล้วyesอีกครั้งครับจากนั้นการเชื่อมต่อ<br /> ครังต่อไปของเราจะได้ความเร็วที่ 921.6 kbpsครับ ถ้ายังไม่เข้าใจโทรถามได้เลยครับยินดี 084-314-2370 ตี๋ครับ</p>
<p>แหล่งที่มา:  <a href="http://www.rcthai.net/forum/showthread.php?t=171585">http://www.rcthai.net/forum/showthread.php?t=171585</a></p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2009/01/12/aaaaeasaaaaaaaaaaaeaaaaoeaeaaaaaaacaaaaaazaaoe#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 12 Jan 2009 10:05:07 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>BITTORRENT</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/15/bittorrent</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/15/bittorrent</guid>
		<description><![CDATA[<p><strong>Bit torrent คืออะไร </strong></p>
<p><!-- Main --><font size="-1">Bit torrent คืออะไร</p>
<p> Bit torrent คือการแลกเปลี่ยนไฟล์ผ่านอินเตอร์เน็ตในลักษณะคล้ายๆ กับ Peer to Peer ในระบบ Network แต่มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนสูงกว่า โดยผู้ที่คิดค้นการแลกเปลี่ยนไฟล์แบบ Bit torrent คือโปรแกรมเมอร์ชาวอเมริกันชื่อ Bram Cohen (แบรม โคเฮน) ซึ่งหลังจากเปิดตัวได้ไม่นานก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเพราะสามารถแลกเปลี่ยนไฟล์ที่มีขนาดใหญ่เช่น ภาพยนตร์ เพลง ฯลฯ ได้อย่างไม่มีปัญหา</p>
<p> ประโยชน์ Bit torrent</p>
<p> 1. การแบ่ง file กันและกัน ส่งให้เพื่อน รับจากเพื่อน<br /> 2. ประหยัดเงิน<br /> 3. สะดวกในการหา</p>
<p> วิธีใช้ Bit torrent</p>
<p> อย่างแรกคงต้องไปหา download Application Torrent Client มาก่อน ก็เลือกเอานะครับแล้วแต่ชอบครับหาได้จาก Site ต่างๆที่เปิดให้ download ตามข้างต้น ต่อไปคงต้องไปตามหา Tracker Server ซึ่งบาง Tracker Server ก็ฟรี สามารถเข้าไปใช้ได้เลยเพียงแค่สมัครสมาชิกเท่านั้น บาง Tracker Server ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ก็สามารถหา Search ได้จาก http://www.google.com (http://www.google.com) แล้วลองหา Tracker ที่มี File รูปแบบที่เราต้องการ แล้วทำการ load Torrent File นั้นมา แล้วใช้ Application Client เปิด File Torrent นั้น แล้วทำการ Save ลงเครื่อง เท่านี้โครงข่าย Bittorrent ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วครับ File ต่างๆ จะเริ่มทยอย และคุณเองก็จะส่ง File ที่คุณ download มาไปในตัวเป็นการแบ่งปันกันไป ยิ่งถ้าโครงข่ายคุณมีคนเข้ามาเยอะเท่าไหร่ File ของคุณก็จะมีการ Tranfer กันมากขึ้นทำให้เสร็จเร็วขึ้น</font></p>
<p><font size="-1"><span style="color: red"><span style="font-size: 14pt; line-height: 100%">BitTorrent (BT) คืออะไร?</span></span></p>
<p> Bittorrent เป็นมาตรฐาน P2P (peer to peer) ที่ใช้เพื่อรับส่งไฟล์ระหว่างผู้ใช้ Internet ด้วยกัน เครื่องผู้ใช้จะติดต่อกับเครื่องของผู้ใช้อื่นเพื่อรับส่งชิ้นส่วนของไฟล์ จะมีเครื่องมือหนึ่ง หรือ โปรแกรม (เรียกว่า Tracker) ทำหน้าที่เป็นตัวจัดระบบการสื่อสารระหว่างผู้ใช้เหล่านั้น(peers) ตัว Tracker จะทำหน้าที่จัดการเท่านั้น จะไม่มีข้อมูลของไฟล์ที่รับส่ง</p>
<p> ดังนั้น Tracker จึงไม่ต้องมีเน็ตที่แรงเพราะไม่ได้รับส่งไฟล์เอง สิ่งที่ทำให้ BT อยู่ได้ก็คือหลักการที่ผู้ใช้ควรจะส่งไฟล์ขณะเดียวกับที่รับไฟล์ หากมีผู้ใช้มากก็จะเร็วมาก การทำงานของ BT ก็คือการหั่นไฟล์นึงเป็นหลายๆ ส่วน แล้วส่งคนละส่วนไปยังผู้รับหลายคน พอผู้รับเหล่านั้นได้รับส่วนเหล่านั้นก็จะสามารถรับส่งกันเองเพราะต่างกันต่างมีชิ้นส่วนที่คนอื่นไม่มี ทำให้ไม่ต้องพึ่งผู้ส่งผู้เดียว</p>
<p> <span style="color: red"><span style="font-size: 14pt; line-height: 100%">BitTorrent ต่างจาก P2P แบบอื่นอย่างไร</span></span></p>
<p> P2P แบบอื่นเช่น WinMX,eMule,Kaza,Napster จะเป็นการติดต่อแค่ 1-1 เท่านั้น<br /> คือ 1 ไฟล์ จะมีแค่เพียง 1 Connection ระหว่าง ผู้ส่ง กับผู้รับ เท่านั้น ทำให้มีความเร็วต่ำ<br /> โดยเฉพาะถ้าคนปล่อยไฟล์ โดนคนดูดไฟล์หลายๆคนรุมดูดพร้อมกัน จะช้ามากๆ<br /> และลักษณะการส่งจะเป็นแบบทิศทางเดียว คือ ผู้ส่ง -> ผู้รับ<br /> จึงเหมาะกับแชร์ไฟล์ขนาดเล็กๆเท่านั้นเช่น ไฟล์ MP3 รูป zipขนาดไม่เกิน10M</p>
<p> BT เป็นการรวมคนปล่อย และคนดูด ไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง เข้ามารวมไว้ด้วยกัน<br /> จะมีการติดต่อตามจำนวนคนที่แชร์ไฟล์นั้นอยู่ คือ 1 ไฟล์ จะมีหลาย Connection ทำให้มีความเร็วสูง<br /> แบบเดิมจะรับไฟล์ได้จากคนปล่อยเพียงคนเดียว ส่วน BT ก็จะรับไฟล์จากคนปล่อยได้หลายคน<br /> ลักษณะการส่งจะเป็นแบบส่งต่อ คือคนที่ได้รับไฟล์แล้วก็จะส่งไฟล์ต่อไปให้คนที่ยังไม่ได้อีกที<br /> คือแทนที่จะเป็นคนรับอย่างเดียว ก็จะเป็นทั้งรับ และปล่อย ไปพร้อมๆกัน เวลารุมดูดไฟล์พร้อมกันจึงไม่ช้า<br /> เหมาะกับการแชร์ไฟล์ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 10M ขึ้นไปจนถึง 10G หรือมากกว่านี้</p>
<p> <span style="color: red"><span style="font-size: 14pt; line-height: 100%">Tracker คืออะไร?</span></span></p>
<p> Tracker คือ เครื่องมือ หรือ โปรแกรมในเน็ตที่ทำหน้าที่จัดการประสานการระหว่างผู้ที่ต่อเข้า BitTorrent เมื่อคุณเปิดไฟล์ torrent ตัว client ก็จะติดต่อกับ tracker (ที่ระบุใน torrent) เพื่อขอรายชื่อผู้ที่อยู่ใน swarm ของไฟล์นั้นๆในปัจจุบัน ตัว tracker จะรู้ว่าสมาชิกของ swarm มีชิ้นส่วนไหนของไฟล์รวมทั้งสถานะของสมาชิกแต่ละคน หาก tracker เกิดขัดข้องก็จะไม่สามารถเริ่มโหลดไฟล์นั้นได้ แต่หากโหลดอยู่แล้วก็สามารถโหลดต่อได้<br /> Tracker จะมี 2 แบบคือ<br /> 1.ระบบปิด ต้องเป็น Member คิด Ratio ส่วนมากจะเป็นระบบนี้ ข้อดีโหลดได้ไว คิด Ratio ทำให้คนอยากปล่อย<br /> 2.ระบบเปิด ไม่ต้องเป็น Member ไม่คิด Ratio เช่น Suprnova.org ข้อเสีย ปลิงเยอะ โหลดช้า</p>
<p> <span style="color: red"><span style="font-size: 14pt; line-height: 100%">Seeders และ Leechers คืออะไร</span></span></p>
<p> Seeder เรียกง่ายๆ ว่า "ผู้แจก" มีหน้าที่แจกไฟล์ หรือ Upload เท่านั้น ไม่สามารถ Download ได้</p>
<p> Leecher เรียกง่ายๆ ว่า "ผู้โหลด" หรือ ตามคำแปลครับ "ปลิง" มีหน้าที่ดูดอย่างเดียว พร้อมกันนั้นทำหน้าที่แจกไฟล์ที่โหลดมาเสร็จแล้วบางส่วนไปในตัวด้วย ซึ่ง Torrent จะทำหน้าที่ในการแยกไฟล์ใหญ่ๆ ไฟล์หนึ่งออกเป็นหลายๆ ชิ้นด้วยกันเรียกได้ว่า Pieces</p>
<p> - ขณะที่คุณกำลัง Upload หรือ เป็นต้น seeder คนแรก ไม่ควร Leech ไฟล์อื่นๆ ควรจะรอให้คนอื่นๆ สามารถ Download จากคุณได้ครบ 100% ซะก่อน นอกจาก/หรือ มีผู้อื่นขยับฐานะจาก Leechers เป็น seeders ช่วยคุณก่อน แล้วจึงเริ่ม Download ไฟล์อื่นที่ต้องการ<br /> - ขณะที่คุณทำหน้าที่เป็น Seeder นั้น คุณควรแจกไฟล์ หรือ ทำหน้าที่เป็น "ผู้แจก" ที่ดีให้ในปริมาณที่เท่าๆ กับที่คุณโหลด (Leech) มาจากคนอื่นๆ เช่น หากคุณโหลดมา 700MB คุณควรจะเปิดค้างไว้ปล่อยให้ทำการ Seed ต่อไปจนถึง 700MB เท่าๆ กับที่คุณโหลดมา (ถ้าแจกได้เท่ากับที่โหลดมาก็จะถือว่าเป็นอัตราส่วน = 100%)</p>
<p> <span style="color: red"><span style="font-size: 14pt; line-height: 100%">Ratio คืออะไร ทำไมต้องมี</span></span></p>
<p> Raito คือ ค่า Upload หาร Download = Ratio<br /> เช่น หากค่า Upload ของคุณมีค่า 700 MB ค่า Download ของคุณมีค่า 900 MB<br /> ให้นำ 700 หาร 900 จะได้ Raito = 0.875 (หรือ 87.5%)<br /> นั่นคือคุณมีแต้มทั้งหมด 0.875 แต้ม เพื่อใช้ในการ Download ตามเงื่อนไขของ Tracker</p>
<p> ที่ต้องมี Ratio ก็เพื่อป้องกันปลิง(มาดูดอย่างเดียวไม่ยอมปล่อยให้คนอื่น)<br /> ถ้ามีปลิงมากๆ ก็จะคล้าย P2P แบบเดิมคือมีแต่คนดูด ไม่มีคนปล่อย ทำให้โหลดไฟล์กันได้ช้ามากๆ<br /> ส่วนมาก Tracker จะกำหนดต้องมี Ratio มากกว่า 0.3-0.5 ถึงจะสามารถโหลดไฟล์ใหม่ได้<br /> Ratio ที่ดีคือ 1 หรือใกล้เคียง หมายความว่าคุณโหลดไฟล์มาเท่าไหร่ ก็ส่งต่อเท่านั้น</font></p>
<p><font size="-1">แหล่งที่มา:http://community.thaiware.com<br /> </font></p>
<p> <!-- End main-->
</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/15/bittorrent#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 15 Dec 2008 09:03:32 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>5ข้อทดสอบ</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a</guid>
		<description><![CDATA[<p><title> ชื่นจิต  นาคตรง 5032040065</title><br /> <script language="JavaScript"><br /> <!--</p>
<p>var numQues = 5;<br /> var numChoi = 4;</p>
<p>var answers = new Array(5);<br /> answers[0] = "Protocol";<br /> answers[1] = "ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ";<br /> answers[2] = "เครือข่ายใยแมงมุม";<br /> answers[3] = "ออสเตรเลีย";<br /> answers[4] = " Dial_up";</p>
<p>function getScore(form) {<br />   var score = 0;<br />   var currElt;<br />   var currSelection;</p>
<p>  for (i=0; i<numQues; i++) {<br />     currElt = i*numChoi;<br />     for (j=0; j<numChoi; j++) {<br />       currSelection = form.elements[currElt + j];<br />       if (currSelection.checked) {<br />         if (currSelection.value == answers[i]) {<br />           score++;<br />           break;<br />         }<br />       }</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 08 Dec 2008 10:08:53 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>ทดสอบ</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a</guid>
		<description><![CDATA[<p><title> ชื่นจิต  นาคตรง 5032040065</title><br /> <script language="JavaScript"><br /> <!--</p>
<p>var numQues = 5;<br /> var numChoi = 4;</p>
<p>var answers = new Array(5);<br /> answers[0] = "Protocol";<br /> answers[1] = "ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ";<br /> answers[2] = "เครือข่ายใยแมงมุม";<br /> answers[3] = "ออสเตรเลีย";<br /> answers[4] = " Dial_up";</p>
<p>function getScore(form) {<br />   var score = 0;<br />   var currElt;<br />   var currSelection;</p>
<p>  for (i=0; i<numQues; i++) {<br />     currElt = i*numChoi;<br />     for (j=0; j<numChoi; j++) {<br />       currSelection = form.elements[currElt + j];<br />       if (currSelection.checked) {<br />         if (currSelection.value == answers[i]) {<br />           score++;<br />           break;<br />         }<br />       }</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 08 Dec 2008 10:07:16 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>ทดสอบ5ข้อ</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad</guid>
		<description><![CDATA[<p><title> ชื่นจิต  นาคตรง 5032040065</title><br /> <script language="JavaScript"><br /> <!--</p>
<p>var numQues = 5;<br /> var numChoi = 4;</p>
<p>var answers = new Array(5);<br /> answers[0] = "Protocol";<br /> answers[1] = "ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ";<br /> answers[2] = "เครือข่ายใยแมงมุม";<br /> answers[3] = "ออสเตรเลีย";<br /> answers[4] = " Dial_up";</p>
<p>function getScore(form) {<br />   var score = 0;<br />   var currElt;<br />   var currSelection;</p>
<p>  for (i=0; i<numQues; i++) {<br />     currElt = i*numChoi;<br />     for (j=0; j<numChoi; j++) {<br />       currSelection = form.elements[currElt + j];<br />       if (currSelection.checked) {<br />         if (currSelection.value == answers[i]) {<br />           score++;<br />           break;<br />         }<br />       }</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 08 Dec 2008 10:06:08 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>แบบทดสอบ</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a</guid>
		<description><![CDATA[<p><title> ชื่นจิต  นาคตรง 5032040065</title><br /> <script language="JavaScript"><br /> <!--</p>
<p>var numQues = 5;<br /> var numChoi = 4;</p>
<p>var answers = new Array(5);<br /> answers[0] = "Protocol";<br /> answers[1] = "ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ";<br /> answers[2] = "เครือข่ายใยแมงมุม";<br /> answers[3] = "ออสเตรเลีย";<br /> answers[4] = " Dial_up";</p>
<p>function getScore(form) {<br />   var score = 0;<br />   var currElt;<br />   var currSelection;</p>
<p>  for (i=0; i<numQues; i++) {<br />     currElt = i*numChoi;<br />     for (j=0; j<numChoi; j++) {<br />       currSelection = form.elements[currElt + j];<br />       if (currSelection.checked) {<br />         if (currSelection.value == answers[i]) {<br />           score++;<br />           break;<br />         }<br />       }</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 08 Dec 2008 10:05:21 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>แบบทดสอบ  5ข้อ  ค่ะ</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a-5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b0</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a-5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b0</guid>
		<description><![CDATA[<p><title> ชื่นจิต  นาคตรง 5032040065</title><br /> <script language="JavaScript"><br /> <!--</p>
<p>var numQues = 5;<br /> var numChoi = 4;</p>
<p>var answers = new Array(5);<br /> answers[0] = "Protocol";<br /> answers[1] = "ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ";<br /> answers[2] = "เครือข่ายใยแมงมุม";<br /> answers[3] = "ออสเตรเลีย";<br /> answers[4] = " Dial_up";</p>
<p>function getScore(form) {<br />   var score = 0;<br />   var currElt;<br />   var currSelection;</p>
<p>  for (i=0; i<numQues; i++) {<br />     currElt = i*numChoi;<br />     for (j=0; j<numChoi; j++) {<br />       currSelection = form.elements[currElt + j];<br />       if (currSelection.checked) {<br />         if (currSelection.value == answers[i]) {<br />           score++;<br />           break;<br />         }<br />       }</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a-5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b0#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 08 Dec 2008 10:00:36 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>ผลการทดสอบ</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a</guid>
		<description><![CDATA[<p><img id="image446922" style="width: 579px; height: 342px" src="http://files.nireblog.com/blogs4/joyboy/files/0652.jpg" alt="0652.jpg" width="579" height="342" /></p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/08/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 08 Dec 2008 09:37:28 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>DriveHQ</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/01/drivehq</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/01/drivehq</guid>
		<description><![CDATA[<p><img id="image443968" style="width: 542px; height: 382px" src="http://files.nireblog.com/blogs4/joyboy/files/joy11.jpg" alt="DriveHQ" width="542" height="382" />
</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/12/01/drivehq#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 10:46:35 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>ตรารถถัง</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/27/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b8%87</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/27/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b8%87</guid>
		<description><![CDATA[<p><img id="image442414" style="width: 441px; height: 388px" src="http://files.nireblog.com/blogs4/joyboy/files/0651.jpg" alt="0651.jpg" width="441" height="388" />
</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/27/%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b8%87#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Thu, 27 Nov 2008 11:45:37 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>สมุดเยี่ยมคือ</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/24/aaaaaeacauaacaaaa</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/24/aaaaaeacauaacaaaa</guid>
		<description><![CDATA[<p><span class="sans10"><font size="4" color="#ffff00"><strong>สมุดเยี่ยมคืออะไร</strong></font></span></p>
<p><font color="#ffffff"> <font size="2" color="#000000">ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งลบที่ปุ่มแจ้งลบ หรือที่ webmaster@212cafe.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป</font></font></p>
<p> <font color="#ffffff"><br /> <font face="MS Sans Serif" size="5" color="#37b44a">สมุดเยี่ยมชม</font><font face="MS Sans Serif" size="2" color="#1f3d65"> เสร็จแล้วนะ<br /> มันออกจะ impractical ซักเล็กน้อย แต่คิดว่า คนคงเข้าไปอ่านซักทีสองทีและไม่ได้ใช้งานบ่อยเท่าเว็บบอร์ด เลยขอเขียนอะไรเล่นหน่อย เพราะว่ามันยุ่งเหยิงเล็กน้อย เข้าไปแรกๆจะเจอหน้าว่างๆหน่อย เพราะยังไม่มีคนไปเขียน หรือเขียนกันนิดหน่อย วิธีใช้ก็คือง่ายไปเขียน [ Float a new one ] ขอให้เขียนอะไรจริงจัง หน่อย ไม่ใช่ไปพูดคำสองคำ ส่วนข้อความที่ลงไปมันก็จะขึ้นมาเป็นกรอบๆ ภาพข้างล่างนี้ยืมข้อความมาจากกระทู้ในเว็บบอร์ด เพื่อให้เห็นว่าสมุดเยี่ยมเป็น</font><br /> <!--BEGIN WEB STAT CODE-->ต ตา</font><font color="#ffffff">
<p> <font size="3" color="#ffffff">  ตามความเข้าใจของคนส่วนนหนึ่งแล้ว สมุดเยี่ยมคือ เมื่อเข้ามาชมเว็บไชต์แล้วก็ลงสมุดทักทายซะหน่อยพูดแต่สิ่งหรูๆไม่มีข้อเสนอแนะหรือติชม แต่สมุดเยี่ยมของเว็บพวกเรานี้ หมายถึงเป็นทั้งสมุดเยี่ยมชม และติชมเสนอแนะ ในเวลาพร้อมๆกันไป เพื่อให้ทีมพวกเราได้พัฒนาในสิ่งที่ดี นำเสนอแก่สาธารณชนต่อไป ครับ</font>มความเข้าใจของคนส่วนนหนึ่งแล้ว สมุดเยี่ยมคือ เมื่อเข้ามาชมเว็บไชต์แล้วก็ลงสมุดทักทายซะหน่อยพูดแต่สิ่งหรูๆไม่มีข้อเสนอแนะหรือติชม แต่สมุดเยี่ยมของเว็บพวกเรานี้ หมายถึงเป็นทั้งสมุดเยี่ยมชม และติชมเสนอแนะ ในเวลาพร้อมๆกันไป เพื่อให้ทีมพวกเราได้พัฒนาในสิ่งที่ดี นำเสนอแก่สาธารณชนต่อไป ครับ</p>
<p> ามความเข้าใจของคนส่วนนหนึ่งแล้ว สมุดเยี่ยมคือ เมื่อเข้ามาชมเว็บไชต์แล้วก็ลงสมุดทักทายซะหน่อยพูดแต่สิ่งหรูๆไม่มีข้อเสนอแนะหรือติชม แต่สมุดเยี่ยมของเว็บพวกเรานี้ หมายถึงเป็นทั้งสมุดเยี่ยมชม และติชมเสนอแนะ ในเวลาพร้อมๆกันไป เพื่อให้ทีมพวกเราได้พัฒนาในสิ่งที่ดี นำเสนอแก่สาธารณชนต่อไป ครับ</p>
<p> <font color="#ffffff">ตามตามความเข้าใจของคนส่วนนหนึ่งแล้ว สมุดเยี่ยมคือ เมื่อเข้ามาชมเว็บไชต์แล้วก็ลงสมุดทักทายซะตามความเข้าใจของคนส่วนนหนึ่งแล้ว สมุดเยี่ยมคือ เมื่อเข้ามาชมเว็บไชต์แล้วก็ลงสมุดทักทายซะหน่อยพูดแต่สิ่งหรูๆไม่มีข้อเสนอแนะหรือติชม แต่สมุดเยี่ยมของเว็บพวกเรานี้ หมายถึงเป็นทั้งสมุดเยี่ยมชม และติชมเสนอแนะ ในเวลาพร้อมๆกันไป เพื่อให้ทีมพวกเราได้พัฒนาในสิ่งที่ดี นำเสนอแก่สาธารณชนต่อไป ครับ<br /> หน่อยพูดแต่สิ่งหรูๆไม่มีข้อเสนอแนะหรือติชม แต่สมุดเยี่ยมของเว็บพวกเรานี้ หมายถึงเป็นทั้งสมุดเยี่ยมชม และติชมเสนอแนะ ในเวลาพร้อมๆกันไป เพื่อให้ทีมพวกเราได้พัฒนาในสิ่งที่ดี นำเสนอแก่สาธารณชนต่อไป ครับ<br /> ความเข้าใจของคนส่วนนหนึ่งแล้ว สมุดเยี่ยมคือ เมื่อเข้ามาชมเว็บไชต์แล้วก็ลงสมุดทักทายซะหน่อยพูดแต่สิ่งหรูๆไม่มีข้อเสนอแนะหรือติชม แต่สมุดเยี่ยมของเว็บพวกเรานี้ หมายถึงเป็นทั้งสมุดเยี่ยมชม และติชมเสนอแนะ ในเวลาพร้อมๆกันไป เพื่อให้ทีมพวกเราได้พัฒนาในสิ่งที่ดี นำเสนอแก่สาธารณชนต่อไป ครับ</font> </p>
<p> </font>
</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/24/aaaaaeacauaacaaaa#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 24 Nov 2008 15:01:40 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>สมุดเยี่ยม</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/24/aaaaaeacauaaca</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/24/aaaaaeacauaaca</guid>
		<description><![CDATA[<p><a href="http://www.thaimisc.com/cgi-bin/freeguestbook/guest.pl?action=view&amp;user=chunjit" title="-">สมุดเยี่ยม</a>
</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/24/aaaaaeacauaaca#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 24 Nov 2008 14:27:10 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>อัพเดทเทคโนโลยีบนโลกเน๊ตเวิร์ก</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/06/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/06/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0</guid>
		<description><![CDATA[<table border="0" class="contentpaneopen">
<tr>
<td class="contentheading" width="100%">5 สิ่งที่เป็นไปได้ในอนาคตบนโลกเน็ตเวิร์ก</td>
</tr>
</table>
<table border="0" class="contentpaneopen">
<tr>
<td class="createdate" colspan="2" valign="top">พฤหัสบดี, 04 มกราคม 2007</td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2" valign="top"><strong>Up close and personal<br /> อัจฉริยะเลขาส่วนตัวจะล่วงรู้ความต้องการและเปลี่ยนชีวิตของคุณได้</strong><br /> Daniel Burrus ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริษัท Burrus Research Associates<br /> ผู้แต่งหนังสือ Technotrends</p>
<p>     เมื่อคุณตื่นนอนและเปิดทีวี คุณจะพบเลขาอัจฉริยะของคุณกล่าวคำทักทาย "สวัสดีตอนเช้าครับเจ้านายเช้านี้คุณต้องบินไปบอสตันและวันนี้จะมีฝนตกอย่าลืมเอาเสื้อกันฝนไปด้วยนะครับ"<br />     เมื่อคุณใกล้ถึงสนามบิน เลขาอัจฉริยะของคุณจะส่งเสียงตรงมายังหูฟังโฮโลกราฟฟิกเพื่อบอกว่าที่ลานจอดรถในสนามบินมีที่ว่างตรงไหนให้คุณจอดรถ<br />     เมื่อคุณเดินทางไปที่โรงยิม เลขาอัจฉริยะก็จะถามคุณว่า คุณอยากดูทีวีช่องไหน ปรับช่องให้และเฝ้าดูการออกกำลังกายของคุณ เลขาอัจฉริยะจะปริมาณแคลอรี่ที่ใช้ในแต่ละวันผ่านทางไมโครเซ็นเซอร์แบบไร้สาย<br />     เมื่อคุณไปทำงาน เลขาอัจฉริยะของคุณจะบันทึกการนัดหมาย และเตรียมข้อมูลแบบทันทีที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานของบริษัทหรือแผนกของคุณ<br />     เมื่อต้องการที่จะค้นคว้าวิจัย คุณไม่ต้องพิมพ์ข้อความที่จะค้นหาใน Google เพียงคุณเรียกหาเลขาส่วนตัวของคุณเท่านั้นทุกอย่างจะถูกจัดการอย่างเรียบร้อยในหนึ่งส่วนพันล้านกี่วินาที คุณตัดสินใจให้เลขาอัจฉริยะของคุณหน้าตาและเสียงเหมือนใครดี? ระหว่าง John Wayne หรือ Wild E. Coyote<br />     เจ้าเลขาอัจฉริยะตัวนี้มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน? Daniel Burrus กล่าวว่า "รับรองเลยว่ามันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน  <br /> มีแรงขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีจำนวนมากที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเกิดอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น ความก้าวหน้าในเรื่อง Quantum computing ที่ทำให้เราสามารถละเมิดกฎของมัวร์  (Moore's Law) ที่ว่าพลังการประมวลผลจะเพิ่มขึ้นสองเท่าทุกๆ 18 เดือน เราสามารถเพิ่มความเร็วของคอมพิวเตอร์ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด เหมือนเส้นกราฟที่วิ่งไปในแนวตั้ง"<br />     นั่นคือการปูทางสำหรับอัจฉริยะเลขาอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ระบบเน็ตเวิร์กเส้นประสาท (neuron network) ในการเรียนรู้คาดการณ์จดจำในสิ่งที่คุณต้องการและคาดหมาย  เนื่องจากคุณต้องเดินทางตลอดเวลา เมื่อคุณต้องการติดต่อกับเลขาอัจฉริยะในหลากหลายสถานที่ Burrus จึงจินตนาการว่า ให้ติดต่อเลขาอัจฉริยะผ่าน Web-base services จากบริษัท อย่างเช่น เว็บไซต์ Google หรือ Yahoo หรือจากบริษัทที่ยังไม่เคยจัดตั้งขึ้น จะสะดวกมากกว่า<br />     หลังจากที่คุณมีเลขาอัจฉริยะแล้ว ให้เริ่มป้อนข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณให้มันอย่างช้าๆ ไปเรื่อบๆ  คุณควรจะสามารถเพิ่ม     Plug-in ให้กับเลขาอัจฉริยะได้ เช่น ขอปลั๊กอินด้านยาจากแพทย์ส่วนตัวขอคุณหรือขอปลั๊กอินด้านการลงทุนจากโบรกเกอร์ของคุณมาเพิ่มให้กับเลขาอัจฉริยะ<br />     Burrus ให้ความสำคัญกับเรื่องเลขาอัจฉริยะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่ามันสามารถช่วยให้คุณจัดการกับข้อมูลที่กองเป็นภูเขาได้อย่างง่ายดาย เขากล่าวว่า "เราเป็นมนุษย์ และจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปในโลกของมนุษย์ โดยที่เราจะใช้มันเป็นเครื่องมือที่เราจะใช้"</p>
<p> <strong>The next convergence<br /> เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology), นาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) และ ระบบไอที โคจรมาพบกับอย่างน่าอัศจรรย์</strong></p>
<p> Jame Canton ประธานกรรมการ สถาบัน Global futures<br /> ผู้แต่งหนังสือ Technofutures และ The Extreme Future</p>
<p>     สมมุติคุณคือผู้บริหารสูงสุดของบริษัทในยุคของ Internet 3<br />     มีประชากร 2500 ล้านคน ที่ใช้งานระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเพิ่มจาก 1 พันล้านคนในปี 2006 และผู้คนไม่ได้ต่อสายแต่เปลี่ยนมาใช้ Wireless broadband ต่อกับอินเตอร์เน็ต<br />     คุณมีความเข้าใจว่าไอทีช่วยให้ คุณได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจทุกๆ ด้าน จึงได้ทำการแท๊ปดักข้อมูลจากเวบท่าของบริษัทของคุณ  (corporate portal) คุณจะมีข้อมูลของผู้คนจำนวนมาก<br /> ถึงแม้ว่าคุณจะเริ่มก้าวเข้ามาก็ตาม<br />     "หาให้เจอลูกค้าคนไหนที่เป็นทุกข์จงทำให้เขามีความสุข"<br />     "หาให้เจอใครเจ๋งที่สุดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก"<br />     "ผมกำลังคิดพัฒนาสินค้าตัวใหม่ หาให้เจอว่าใครที่สนใจในสินค้าใหม่ของผม โอ้ และผมก็ได้ค้นพบว่าจะผลิตและกระจายสินค้าอย่างไร"<br />     "ผมมีไอเดียที่ดีกว่าในการจัดการกับค่าเงินต่างประเทศที่ผันผวน กับลูกค้าหลากหลายประเทศ หาให้เจอว่าใครที่ยอมจ่ายเงิน 1% จากทั้งหมดที่ช่วยให้บริษัทประหยัดได้  เมื่อเห็นพ้องต้องกันแล้วก่อนที่จะฝังตัวเซอร์วิสของผมลงในเน็ตเวิร์กของลูกค้า เราต้องทำสัญญากันก่อนและจ่ายเงินค่ามัดจำเป็นดิจิตอลดอลลาร์ให้กับแอคเคาต์ของผมก่อน"<br />     เป็นไปได้มากที่ความคิดของ James Canton จะเป็นจริง เนื่องจากมีการเร่งให้เทคโนโลยีไอที นาโนเทคโนโลยี และเทคโนโลยีชีวภาพ มาบรรจบกันอย่างรวดเร็ว การมาพบกันครั้งนี้ก่อให้เกิดเครือข่าย ที่มีการร่วมมือกันอย่างมาก เจาะจงใช้เฉพาะบุคคลอย่างลึกซึ้ง มีการหยั่งรู้เอง คาดเดาได้ การเยียวยาด้วยตัวเอง และมีการตอบสนองเองได้<br />     บริษัทจะนำประโยชน์ของเครือข่ายนี้มาเสริมข้อได้เปรียบของการแข่งขันในทุกด้านธุรกิจ จาก Supply chain ไปถึงการช่วยให้พนักงานมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ไปจนถึงการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ Canton กล่าวว่า "CIO ของวันนี้อาจกลายเป็น CEO ของวันพรุ่งนี้ก็ได้ และไม่มีธุรกิจใดที่จะตัดสินใจโดยไม่อาศัยเทคโนโลยีช่วย"<br />     Canton ทำนายต่อไปอีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการพบกันของ นาโน ไบโอ หรือ ไอที ก่อให้เกิดอุปกรณ์สมองกลฝังตัวที่ช่วยเพิ่มประสิทธิผลของมนุษย์ เช่น ชิปที่ส่งข้อมูลไปยังสมอง, ผิวหนัง หรือฝังอุปกรณ์ที่ให้มนุษย์ฉลาด หรือมีความจำดีขึ้น<br />     Canton กล่าวเสริมว่า วิทยาการขั้นสูงนี้อาจจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม นาโนเทคโนโลยีเป็นเรื่องการจัดการกับวัสดุในระดับชั้นของอะตอมที่เล็กที่สุดให้เหมาะสม ได้เริ่มทำขึ้นแล้ว รัฐบาลทั่วโลกเริ่มมีการลงทุนอย่างจริงจังเกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยี Canton เปรียบว่า "มันเริ่มขึ้นเหมือนไฟไม้ป่าเลยทีเดียว"<br /> <strong><br /> เล็กกว่านี้อีกได้ไหม<br /> นาโนเทคโนโลยีล้มล้างกฎของมัวร์ลง และนำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้นี้มาเปลี่ยนแปลงทางด้านไอที</strong><br /> Marc Lurie ประธานสถาบัน Foresight Nanotech</p>
<p>     ในกฎของมัวร์ ที่ทำนายไว้ว่า พลังการคำนวณของคอมพิวเตอร์จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ 18 เดือน กำลังจะถึงจุดที่ลดขนาดของทรานซิสเตอร์ลงได้ยากไม่คุ้มกับการลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบันในโรงงานผลิตอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดของการลดขนาดของทรานซิสเตอร์<br />     แต่นาโนเทคโนโลยีจะคอยดูแลไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น Marc Lurie กล่าวว่า "มันเป็นเทคโนโลยีใหม่สุดทั้งหมดที่จะเริ่มผลแล้ว เราจะได้เห็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ และระบบเน็ตเวิร์คที่สร้างไรโบโซม"  ribosomes เป็นส่วนประกอบทางชีวภาพที่สร้างโปรตีน<br />     เขาได้ทำนายว่า ภายใน 10 ปีข้างหน้า วัสดุนาโนก้าวหน้า จะนำไปสู่พลังในการปรับปรุงความสามารถด้านคำนวณและสมรรถนะของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จะเพิ่มขึ้น 1000 เท่า<br />     นาโนเทคโนโลยีนำไปสู่งการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารตลาดแรงงานด้านไอที บริษัทต่างแย่งหาผู้ที่เหมาะสมทางด้านวิทยาศาสตร์แทนที่จะเป็นทางด้านนักโปรแกรมเมอร์ Java ต่อไปศูนย์กลางข้อมูลจะมีขนาดใหญ่ขึ้น มีความสามารถการคำนวณเหลือเฟือให้ประประยุกต์ใช้ข้อมูลรูปแบบใหม่ ซึ่งในปัจจุบันยังทำไม่ได้<br />     Lurie มองเห็นการเกิดวิทยาการขั้นสูงของนาโนเทคโนโลยีใน 2 เฟส เฟสแรกของนาโนเทคโนโลยี คือการผลิตสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ให้มีขนาดเล็กลง เช่นการลดขนาดของวงจรที่อยู่บนชิป<br />     เฟสที่ 2 สู่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ได้แก่การใช้กลไกทางชีวภาพนำมาทำเป็นกลไกประดิษฐ์ ตัวอย่างเช่นการทำสายอากาศเท่ากับความกว้างของเส้นผมมนุษย์แทรกลงในเส้นใยที่นำมาทอเป็นเสื้อผ้า</p>
<p> <strong>ดิจิตอลโฮม<br /> พร้อมแล้วสำหรับการเล่นเกมส์ตามความต้องการ, IP TV และทำทุกอย่างด้วยตัวคุณเอง</strong><br /> David Smith รองประธานที่ปรึกษา, ผู้สนับสนุน และการศึกษา บริษัท Technology Futures</p>
<p>     จากการแพร่หลายของบริการเกมส์อิเล็กทรอนิกส์ และ MP3 ทำให้ Digital home เปลี่ยนไป มีการพยายามทำอะรด้วยตัวเอง เช่นการสร้างคอนเทนต์ของแต่ละคนบนเครือข่าย P2P (peer-to-peer) ซึ่งทำเป็นจริงจังได้เนื่องจากความเร็วของเครื่องคอมพิวเตอร์, ปริมาณความจุของฮาร์ดดิสก์ที่มากขึ้น, การใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและ Reed's law ที่อธิบายถึงการใช้ประโยชน์ของเครือข่ายขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเครือข่ายทางสังคม ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากขึ้นเป็นทวีคูณ<br />     ความนิยมในเกมคอมพิวเตอร์จะแพร่หลายไป ยังอุปกรณ์อื่นๆ นอกเหนือจากเครื่องพีซีและเกมคอนโซล การเล่มเกมตามสั่ง (game on demand) จะกลายเป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์ในบ้าน IP TV กำลังจะถูกเลิกใช้งาน เพราะมีการใช้ Boardband กันมากขึ้น และมีโมเดลทางธุรกิจตัวใหม่เกิดขึ้น</p>
<p> 
<p><strong>เอนเตอร์ไพรส์เสมือน</strong></p>
<p><strong>ระบบบรอดแบนด์วิดีโอช่วยให้ทุกคนติดต่อสื่อสาร และทำงานได้จากทุกหนทุกแห่ง</strong></p>
<p>Sid Ahuja รองประธานฝ่าย Software Media Research, AT&amp;T Labs</p>
<p>     ในบริษัทเสมือนของคุณ คุณคือผู้บริหารทางด้านไอที ของบริษัทยักษ์ใหญ่ มีพนักงานกระจายอยู่ทั่วโลกและเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลา แต่พนักงานยังคงคอนเนคกับเน็ตเวิร์กของบริษัท โดยที่ข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการทำงานจะยังคงอยู่ในปลายนิ้วของพนักงาน<br />     พนักงานไม่ได้ใช้เน็ตเวิร์กสำหรับรับส่งอีเมล์หรือเอกสารของบริษัทเท่านั้น แต่ยังสามารถติดต่อสื่อสารทางวิดีโอแบบเวลาจริงได้ ซึ่งหมายความว่าเน็ตเวิร์กที่ใช้ต้องสามารถรับส่ง video streaming ระหว่างอุปกรณ์ทุกประเภทได้<br />     ระบบเน็ตเวิร์คนี้จำเป็นต้องมีการเข้ารหัส, single sign on , VPN tunneling, การติดต่อไร้สายในทุกแห่งทั่วโลก,การตรวจสอบทางชีวภาพ, ระบบบริหารเอกลักษณ์และจัดการความเป็นส่วนตัวของพนักงานแต่ละคน<br />     ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คุณไม่ต้องทำเอง แต่เอาต์ซอร์สไปว่าจ้างบริษัทผู้ให้บริการ Mobile virtual network ทำแทนให้<br /> Sid Ahuja ได้ทำนายว่า ผู้บริหารทางด้านไอทียังคงสามารถควบคุมภายในเน็ตเวิร์คและควบคุมฐานข้อมูลที่เก็บข้อมูลสำคัญของบริษัทได้ โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นเจ้าของเราเตอร์และสวิตซ์เลยก็ได้</p>
<p>แหล่งที่มา:http://www.dnsthailand.net/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=93&amp;Itemid=37 </p>
</td>
</tr>
</table>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/06/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Thu, 06 Nov 2008 11:27:12 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>ภาพงานกลุ่ม23</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/03/aaazaaaaayaaa23</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/03/aaazaaaaayaaa23</guid>
		<description><![CDATA[<p><img id="image431054" style="width: 577px; height: 389px" src="http://files.nireblog.com/blogs4/joyboy/files/065.jpg" alt="งานกลุ่ม23" width="577" height="389" />
</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/03/aaazaaaaayaaa23#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 03 Nov 2008 13:01:49 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>รูปภาพกลุ่ม23</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/03/aaaaaazaayaaa23</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/03/aaaaaazaayaaa23</guid>
		<description><![CDATA[<br />
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/03/aaaaaazaayaaa23#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 03 Nov 2008 10:50:05 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>หลักการถ่ายภาพที่ดี</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/03/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/03/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5</guid>
		<description><![CDATA[<p>เทคนิดง่าย ๆกับการถ่ายภาพส่วนบุคคล<br />
ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวก่อนน่ะครับว่า บทความที่ผมเขียนขึ้นมานี้ผมต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องของการถ่ายภาพครับ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยกับผม และอาจมีคนที่คิดเห็นแตกต่างออกไป ซึ่งตรงนี้เอง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการถ่ายภาพกันครับ และผมยินดีรับฟังกับทุกๆความคิดเห็น</p>
<p>การถ่ายภาพบุคคล ถือว่าเป็นศาสตร์แขนงนึงเลยก็ว่าได้ตามความคิดผมนะ เพราะนอกจากการถ่ายภาพแล้วยังมีเรื่องขององค์ประกอบ แสง สี ทิศทาง และจังหวะลีลา เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย รวมถึงการสะท้อนถึงเรื่องราวของความนิยม แนวคิด แฟชั่น ของคนแต่แต่ละยุคสมัย</p>
<p>ในการถ่ายภาพให้ออกมายอดเยี่ยมนั้น ควรเตรียมพร้อมในเรื่องใดบ้าง สิ่งแรกคือ เราต้องเข้าใจพื้นฐานในการจัดองค์ประกอบของภาพก่อน อย่างเช่น ทฤษฎีกฎสามส่วน หรือจุดตัดเก้าช่อง เป็นต้น และถ้าถามว่าจำเป็นต่อการถ่ายภาพใหม..? “ผมคงตอบไม่ได้” เพียงแต่ทฤษฎีเหล่านี้นักถ่ายภาพควรรู้ไว้เป็นพื้นฐาน เพราะปัจจุบันก็มีการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ที่ดูแหวกแนวและแตกต่างออกไป และก็น่าสนใจไม่น้อย </p>
<p>ต่อมาคือการฝึกใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพที่มีอยู่ให้เกิดความชำนาญ และเรียนรู้เรื่อง แสง สี และเงา เพราะการถ่ายภาพก็คือการวาดภาพด้วยแสงนั่นเอง ซึ่งเมื่อเข้าใจหลักการคร่าวๆ ก็เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ และสร้างความมั่นใจในการถ่ายภาพได้มากขึ้นทีเดียว</p>
<p>ภาพ Portrait หรือภาพบุคคล เกี่ยวโยงในเรื่องราวของ Concept แนวคิดของภาพ เช่น ภาพแฟชั่น งานโฆษณา การประกวด ภาพวิถีชีวิต หรือแม้แต่ถ่ายเก็บเป็นที่ระลึกในสถานที่สวยๆ ทั้งหมดเป็นเรื่องของแนวคิดเป็นหลัก ซึ่งเกี่ยวโยงกับตัวแบบและการนำเสนอโดยตรง ตั้งแต่ผม เสื้อผ้า การแต่งหน้า Location  และการจัดวางท่าทาง โดยกำหนดง่ายๆ จากวัตถุประสงค์ของการนำภาพไปใช้ประโยชน์ และคงไว้ในบุคลิกของตัวแบบ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย</p>
<p>-           การถ่ายภาพเด็ก ควรเน้นที่ความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด อิริยาบถต่างๆ เช่น การยิ้ม หัวเราะ ร้องให้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าธรรมชาติของเด็กมักไม่นิ่งอยู่กับที่ จึงจำเป็นต้องอาศัยจังหวะมากในการถ่ายภาพ และหากเพิ่มเติมองค์ประกอบในภาพได้ อย่างเช่น ของเล่นสีสันสดใสต่างๆ และหลีกเลี่ยงฉากหลังที่รกตาเกินไป ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจในภาพได้ไม่น้อย ข้อควรระวัง.. ในการถ่ายภาพเด็กถารกควรหลีกเลี่ยงการใช้แสงแฟรชในระยะใกล้กับตัวเด็ก ควรใช้แสงธรรมชาติหรือการปรับค่า ISO ให้สูงขึ้น</p>
<p>-           การถ่ายภาพวัยรุ่น ควรให้ความใส่ใจในเรื่องอายุและวัยด้วย เพื่อความเหมาะสม บางครั้งเราจะเห็นวัยรุ่นถ่ายภาพแนวเซ็กซี่กันมากขึ้น อาจเป็นเพราะค่านิยมที่เปลี่ยนไป และในฐานะช่างภาพแล้วควรใส่ใจให้มาก เราต้องคิดแทนตัวแบบบ้างในบางครั้ง และชี้ให้เห็นถึงความเหมาะสม อันนี้ผมขอเน้น </p>
<p>-           การถ่ายภาพคนสูงอายุ ควรเน้นโฟกัสภาพที่ใบหน้าและแววตา เพื่อให้เห็นรอยเหี่ยวย่นที่สะท้อนถึงประสบปารณ์และการผ่านเรื่องราวต่างๆ มาอย่างมากมาย</p>
<p>ภาพประกวดหรือภาพที่จัดแสดงใน Gallery  ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นภาพทีเผลอ หรือ Candid Shot เอาซะมาก โดยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านแววตาท่าทาง และฉากประกอบ ผ่านเทคนิคการจัดแสง เพื่อเน้นอารมณ์และจินตนาการ</p>
<p>ภาพบุคคลในงานพิธีต่างๆ สิ่งที่สำคัญก็คือ เราต้องมีการวางแผนให้ดี เพราะหากท้องฟ้าไม่เป็นใจละก็ งานนี้คิดหนักกันเลย การถ่ายภาพบ่อยๆ จะช่วยให้เราเข้าใจสภาพแสงและการตั่งค่ากล้องดียิ่งขึ้น บวกกับการฝึกฝนใช้แฟรชภายใน และภาพนอกกล้องให้ชำนาญ อุปสรรคเรื่องสภาพแสงในการถ่ายภาพก็ไม่น่าเป็นห่วง โดยปกติแล้วในการถ่ายภาพบุคคลให้สวยงามต้องอาศัยแสงเฉียง ประมาณซัก 45 องศา ซึ่งทำให้แบบดูมีมิติ เนื่องจากมีแสงและเงาเกิดขึ้น และลักษณะของแสงควรเป็นแสงนุ่ม ในช่วงเวลาเช้าหรือเย็น เพราะหากแสงแรงไปก็จะเกิดความต่างของแสงมาก หรือตัวแบบหยีตา ภาพที่ได้จะขาดความน่าสนใจลงไปได้</p>
<p>การถ่ายภาพรับปริญญา ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของจำนวนคน การถ่ายภาพ Portrait จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และถ้าหากตัวนายแบบหรือนางแบบของเรามีเพื่อนเยอะ การได้ภาพเดี่ยวบุคคลดีดีซักภาพก็เหนื่อยเลยทีเดียว ใหนจะถ่ายกับญาติ กับเพื่อน งานนี้บอกตรงๆ อันนี้ตัองนัดแนะกันดีๆ แล้วห้ามขี้เกียจเด็ดขาด ตากล้องควรรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ หรือ Location ที่นั่นด้วย จะสำรวจเองหรือถามเอาก็ตามสะดวก ที่สำคัญควรติดแฟรชและรีเฟรก (แผ่นสะท้อนแสง) ไปด้วย เพราะในบางกรณีการถ่ายภาพย้อนแสง หรือเงาตกบนหน้าหรือใต้ตาแบบ สิ่งเหล่านี้ก็ช่วยเราได้ไม่น้อย อย่างแผ่นรีเฟรกอาจจะดูเทอะทะไปหน่อย แต่หากใครไม่มีก็เหมือนไม่โปร ที่สำคัญอย่าลืมหาคนช่วยถือ ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ญาติๆ บัณฑิตนั่นแหละ อย่างน้อยก็ช่วยบังแดดได้ครับ</p>
<p>จะสังเกตได้ว่า ผมไม่ได้บอกวิธีการตั้งค่าการถ่ายภาพเลย เอาเป็นว่าเรื่องนั่นต้องลองผิดลองถูกกันเอาเองครับ เอาเฉพาะหลักการก่อนดีกว่าครับ </p>
<p>ในครั้งหน้าพบกับ เทคนิคการรีทัชบุคคลในระดับ Advance </p>
<p>ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวก่อนน่ะครับว่า บทความที่ผมเขียนขึ้นมานี้ผมต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องของการถ่ายภาพครับ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยกับผม และอาจมีคนที่คิดเห็นแตกต่างออกไป ซึ่งตรงนี้เอง ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการถ่ายภาพกันครับ และผมยินดีรับฟังกับทุกๆความคิดเห็น</p>
<p>การถ่ายภาพบุคคล ถือว่าเป็นศาสตร์แขนงนึงเลยก็ว่าได้ตามความคิดผมนะ เพราะนอกจากการถ่ายภาพแล้วยังมีเรื่องขององค์ประกอบ แสง สี ทิศทาง และจังหวะลีลา เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย รวมถึงการสะท้อนถึงเรื่องราวของความนิยม แนวคิด แฟชั่น ของคนแต่แต่ละยุคสมัย</p>
<p>ในการถ่ายภาพให้ออกมายอดเยี่ยมนั้น ควรเตรียมพร้อมในเรื่องใดบ้าง สิ่งแรกคือ เราต้องเข้าใจพื้นฐานในการจัดองค์ประกอบของภาพก่อน อย่างเช่น ทฤษฎีกฎสามส่วน หรือจุดตัดเก้าช่อง เป็นต้น และถ้าถามว่าจำเป็นต่อการถ่ายภาพใหม..? “ผมคงตอบไม่ได้” เพียงแต่ทฤษฎีเหล่านี้นักถ่ายภาพควรรู้ไว้เป็นพื้นฐาน เพราะปัจจุบันก็มีการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ที่ดูแหวกแนวและแตกต่างออกไป และก็น่าสนใจไม่น้อย </p>
<p>ต่อมาคือการฝึกใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพที่มีอยู่ให้เกิดความชำนาญ และเรียนรู้เรื่อง แสง สี และเงา เพราะการถ่ายภาพก็คือการวาดภาพด้วยแสงนั่นเอง ซึ่งเมื่อเข้าใจหลักการคร่าวๆ ก็เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ และสร้างความมั่นใจในการถ่ายภาพได้มากขึ้นทีเดียว</p>
<p>ภาพ Portrait หรือภาพบุคคล เกี่ยวโยงในเรื่องราวของ Concept แนวคิดของภาพ เช่น ภาพแฟชั่น งานโฆษณา การประกวด ภาพวิถีชีวิต หรือแม้แต่ถ่ายเก็บเป็นที่ระลึกในสถานที่สวยๆ ทั้งหมดเป็นเรื่องของแนวคิดเป็นหลัก ซึ่งเกี่ยวโยงกับตัวแบบและการนำเสนอโดยตรง ตั้งแต่ผม เสื้อผ้า การแต่งหน้า Location  และการจัดวางท่าทาง โดยกำหนดง่ายๆ จากวัตถุประสงค์ของการนำภาพไปใช้ประโยชน์ และคงไว้ในบุคลิกของตัวแบบ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย</p>
<p>-           การถ่ายภาพเด็ก ควรเน้นที่ความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด อิริยาบถต่างๆ เช่น การยิ้ม หัวเราะ ร้องให้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าธรรมชาติของเด็กมักไม่นิ่งอยู่กับที่ จึงจำเป็นต้องอาศัยจังหวะมากในการถ่ายภาพ และหากเพิ่มเติมองค์ประกอบในภาพได้ อย่างเช่น ของเล่นสีสันสดใสต่างๆ และหลีกเลี่ยงฉากหลังที่รกตาเกินไป ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจในภาพได้ไม่น้อย ข้อควรระวัง.. ในการถ่ายภาพเด็กถารกควรหลีกเลี่ยงการใช้แสงแฟรชในระยะใกล้กับตัวเด็ก ควรใช้แสงธรรมชาติหรือการปรับค่า ISO ให้สูงขึ้น</p>
<p>-           การถ่ายภาพวัยรุ่น ควรให้ความใส่ใจในเรื่องอายุและวัยด้วย เพื่อความเหมาะสม บางครั้งเราจะเห็นวัยรุ่นถ่ายภาพแนวเซ็กซี่กันมากขึ้น อาจเป็นเพราะค่านิยมที่เปลี่ยนไป และในฐานะช่างภาพแล้วควรใส่ใจให้มาก เราต้องคิดแทนตัวแบบบ้างในบางครั้ง และชี้ให้เห็นถึงความเหมาะสม อันนี้ผมขอเน้น </p>
<p>-           การถ่ายภาพคนสูงอายุ ควรเน้นโฟกัสภาพที่ใบหน้าและแววตา เพื่อให้เห็นรอยเหี่ยวย่นที่สะท้อนถึงประสบปารณ์และการผ่านเรื่องราวต่างๆ มาอย่างมากมาย<br />
ภาพประกวดหรือภาพที่จัดแสดงใน Gallery  ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นภาพทีเผลอ หรือ Candid Shot เอาซะมาก โดยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านแววตาท่าทาง และฉากประกอบ ผ่านเทคนิคการจัดแสง เพื่อเน้นอารมณ์และจินตนาการ<br />
ภาพบุคคลในงานพิธีต่างๆ สิ่งที่สำคัญก็คือ เราต้องมีการวางแผนให้ดี เพราะหากท้องฟ้าไม่เป็นใจละก็ งานนี้คิดหนักกันเลย การถ่ายภาพบ่อยๆ จะช่วยให้เราเข้าใจสภาพแสงและการตั่งค่ากล้องดียิ่งขึ้น บวกกับการฝึกฝนใช้แฟรชภายใน และภาพนอกกล้องให้ชำนาญ อุปสรรคเรื่องสภาพแสงในการถ่ายภาพก็ไม่น่าเป็นห่วง โดยปกติแล้วในการถ่ายภาพบุคคลให้สวยงามต้องอาศัยแสงเฉียง ประมาณซัก 45 องศา ซึ่งทำให้แบบดูมีมิติ เนื่องจากมีแสงและเงาเกิดขึ้น และลักษณะของแสงควรเป็นแสงนุ่ม ในช่วงเวลาเช้าหรือเย็น เพราะหากแสงแรงไปก็จะเกิดความต่างของแสงมาก หรือตัวแบบหยีตา ภาพที่ได้จะขาดความน่าสนใจลงไปได้</p>
<p> การถ่ายภาพรับปริญญา ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของจำนวนคน การถ่ายภาพ Portrait จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และถ้าหากตัวนายแบบหรือนางแบบของเรามีเพื่อนเยอะ การได้ภาพเดี่ยวบุคคลดีดีซักภาพก็เหนื่อยเลยทีเดียว ใหนจะถ่ายกับญาติ กับเพื่อน งานนี้บอกตรงๆ อันนี้ตัองนัดแนะกันดีๆ แล้วห้ามขี้เกียจเด็ดขาด ตากล้องควรรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ หรือ Location ที่นั่นด้วย จะสำรวจเองหรือถามเอาก็ตามสะดวก ที่สำคัญควรติดแฟรชและรีเฟรก (แผ่นสะท้อนแสง) ไปด้วย เพราะในบางกรณีการถ่ายภาพย้อนแสง หรือเงาตกบนหน้าหรือใต้ตาแบบ สิ่งเหล่านี้ก็ช่วยเราได้ไม่น้อย อย่างแผ่นรีเฟรกอาจจะดูเทอะทะไปหน่อย แต่หากใครไม่มีก็เหมือนไม่โปร ที่สำคัญอย่าลืมหาคนช่วยถือ ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ญาติๆ บัณฑิตนั่นแหละ อย่างน้อยก็ช่วยบังแดดได้ครับ<br />
จะสังเกตได้ว่า ผมไม่ได้บอกวิธีการตั้งค่าการถ่ายภาพเลย เอาเป็นว่าเรื่องนั่นต้องลองผิดลองถูกกันเอาเองครับ เอาเฉพาะหลักการก่อนดีกว่าครับ<br />
ในครั้งหน้าพบกับ เทคนิคการรีทัชบุคคลในระดับ Advance<br />
DEPTH OF FIELD<br />
         การถ่ายภาพลักษณะนี้เพื่อเน้นระยะชัด  ผู้ถ่ายภาพควรต้องทำความเข้าใจในการกำหนดค่าของรูรับแสงของเลนส์ เพื่อให้ได้ภาพตามต้องการ<br />
  ค่าของรูรับแสง จะมีตั้งแต่กว้างสุด คือ 1.2   4   5.6   8   11  16   22  ค่าตัวเลขยิ่งน้อยรูรับแสงยิ่งกว้าง ระยะชัด ของภาพจะสั้นลง หรือที่เรียกว่า ชัดตื้น  ค่าของตัวเลขยิ่งมาก รู   รับแสงจะแคบลง ยิ่งแคบมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้ภาพ เกิด ระยะชัดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น<br />
ในขั้นต่อไปมาดูภาพตัวอย่างในการถ่ายภาพจากจุดเดียวกัน  แต่เปิดรูรับแสงขนาดแตกต่างกัน ลองดูนะครับ </p>
<p>            จะสังเกตเห็นว่า ภาพที่ 1 จะมีระยะชัดที่สั้นมาก เพราะเปิดรูรับแสงที่กว้างสุด  ดังนั้นการปรับโฟกัสต้องแม่นยำ ระยะที่อยู่ห่างจากจุดโฟกัสจะพร่ามัว    ส่วนภาพที่ 2 เปิดรูรับแสงขนาดปานกลาง ระยะชัดจะเพิ่มมากขึ้น ฉากหน้าและฉากหลัง จะพร่ามัวเล็กน้อย   ส่วนภาพที่ 3 เปิดรูรับแสงแคบที่สุด คือ F 22 ทำให้ภาพมีความชัดทั้งฉากหน้า ฉากหลัง<br />
แต่ข้อควรระวัง คือ ยิ่งเปิดรูรับแสงแคบลงเท่าใด จะได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ช้าลง  อาจทำให้กล้องสั่นไหวได้ง่าย ควรใช้ขาตั้งกล้องช่วย ให้
</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/11/03/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 03 Nov 2008 09:05:13 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/10/30/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/10/30/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95</guid>
		<description><![CDATA[<p>เทคโนโลยีโทรคมนาคมสมัยใหม่  </p>
<p>          เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมกำลังได้รับความสนใจอย่างยิ่ง การสื่อสารเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ทันสมัย ขณะเดียวกันพัฒนาการทางเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมก็ได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกมาก มีการให้บริการระบบสื่อสารสมัยใหม่อยู่มากมาย เทคโนโลยีเหล่านี้จึงได้รับความสนใจ </p>
<p>          การสื่อสารผ่านดาวเทียม (satellite-based communication) เนื่องจากท้องที่ทางภูมิศาสตร์เต็มไปด้วยภูเขา หุบเขา หรือเป็นเกาะอยู่ในทะเล<br />
การสื่อสารที่ดีวิธีหนึ่งคือการใช้ดาวเทียม ดาวเทียมได้รับการส่งให้โคจรรอบโลก โดยมีการเคลื่อนที่ไปพร้อมกับการหมุนของโลก ทำให้ดาวเทียมอยู่ในตำแหน่ง<br />
คงที่เมื่อมองจากพื้นโลก ดาวเทียมจะมีเครื่องถ่ายทอดสัญญาณติดตั้งอยู่ การสื่อสารโดยผ่านดาวเทียมจะทำโดยการส่งสัญญาณสื่อสารจากสถานีภาคพื้นดิน<br />
แห่งหนึ่งขึ้นไปยังดาวเทียม เมื่อดาวเทียมรับก็จะส่งกลับมายังสถานีภาคพื้นดินอีกแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง เราจึงใช้ดาวเทียมเพื่อแพร่ภาพสัญญาณโทรทัศน์ได้<br />
การรับจะครอบคลุมพื้นที่ที่ดาวเทียมลอยอยู่ ซึ่งจะมีบริเวณกว้างมากและทำได้โดยไม่มีอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ เช่น มีแนวเขาบังสัญญาณ<br />
ดาวเทียมจึงเป็นสถานีกลางที่ถ่ายทอดสัญญาณจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้</p>
<p>การสื่อสารผ่านดาวเทียม</p>
<p>        ปัจจุบันประเทศไทยมีดาวเทียมไทยคมสามดวงลอยอยู่เหนือประเทศทางด้านมหาสมุทรอินเดียและอ่าวไทย ดาวเทียมไทยคมนี้ใช้ประโยชน์ทางด้านการสื่อสารของประเทศได้มาก เพราะเป็นการให้บริการสื่อสารของประเทศในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การรับส่งสัญญาณโทรทัศน์ สัญญาณจากวิทยุ สัญญาณข้อมูลข่าวสารต่างๆ</p>
<p>ดาวเทียมไทยคม</p>
<p>          การสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง (fiber optic) เส้นใยนำแสงมีลักษณะเป็นท่อแก้วที่อ่อนตัวอยู่ในสายที่หุ้มด้วยพลาสติก ลักษณะของท่อแก้วหุ้มด้วย<br />
สารพิเศษที่ทำให้เกิดการหักเหของแสงอยู่ภายในท่อแก้ว ดังนั้นเราสามารถส่งแสงจากปลายด้านหนึ่งให้ไปปรากฏที่ปลายอีกด้านหนึ่งได้ แม้ว่าเส้นใยนำแสงนั้น<br />
จะคดงอไปอย่างไรก็ตามก็จะส่งแสงเข้าไปในท่อแก้วได้ เมื่อมีการนำเอาข้อมูลเข้าไปผสมกับแสง เพื่อให้แสงกระพริบตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล<br />
ทำให้เรารับส่งสัญญาณข้อมูลไปกับแสงได้ การรับส่งข้อมูลเข้าไปในแสงทำได้มากและรวดเร็ว</p>
<p>เส้นใยนำแสง</p>
<p>          ปัจจุบันในประเทศไทยมีการวางเครือข่ายเส้นใยนำแสงไปตามถนนหนทางต่างๆ ทั้งใต้ดิน และที่แขวนไปตามเสาไฟฟ้า มีการวางเชื่อมโยงกันระหว่าง<br />
จังหวัด เพื่อให้ระบบสื่อสารเป็นเสมือนเส้นทางด่วนที่รองรับการสื่อสารของประเทศ </p>
<p>         โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (Integrated Service Digital Network : ISDN) ลักษณะเครือข่ายนี้เป็นการขยายการบริการจากระบบโทรศัพท์เดิมให้เป็นระบบดิจิทัลคือส่งสัญญาณข้อมูลตัวเลขแทนเสียง แทนภาพ แทนข้อมูล<br />
การสื่อสารโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลจึงเน้นการประยุกต์ใช้งานหลายอย่างบนเครือข่ายเดียวกัน โดยวางฐานขยายจากโทรศัพท์ เช่น<br />
ในสายโทรศัพท์เส้นเดียวที่เชื่อมต่อไปยังบ้านเรือนผู้ใช้ สามารถประยุกต์ให้เป็นระบบโทรศัพท์ที่เห็นภาพ ใช้ส่งโทรสาร ใช้เป็นระบบการประชุม<br />
ทางวีดิทัศน์ ใช้ในการส่งข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ การดำเนินการเหล่านี้สามารถทำได้พร้อมกันบนสายสื่อสาร<br />
เดียวกันโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลควรได้รับการพัฒนา โดยวางโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงต่างๆ ไว้ให้พร้อม เพื่อรองรับความเร็ว<br />
ของการรับส่งข้อมูลได้สูงขึ้น </p>
<p>         ระบบเครือข่ายสวิตชิง (switching technology) ด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตชิงที่มีความเร็วสูงทำให้การสื่อสารผ่านเส้นใยนำแสงในการ<br />
ส่งผ่านข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางได้ด้วยความเร็วหลายร้อยเมกะบิตต่อวินาที เอทีเอ็มสวิตชิงจึงเป็นเทคโนโลยีของการสร้างเครือข่ายข้อมูลข่าวสาร<br />
ที่จะรองรับการใช้งานแบบสื่อประสม ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เริ่มใช้เครือข่ายด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตชิงภายในองค์กรของตนเอง และมีแนวโน้ม<br />
การขยายตัวเพื่อรองรับระบบนี้สำหรับเครือข่ายระยะไกลในอนาคตต่อไป </p>
<p>        ระบบสื่อสารเคลื่อนที่ (mobile phone system) หรือที่เรียกว่าระบบเซลลูลาร์โฟน (cellular phone system) ที่ใช้กับโทรศัพท์ ทำให้มีโทรศัพท์ติดรถยนต์<br />
โทรศัพท์เคลื่อนที่ ปัจจุบันการสื่อสารระบบนี้เป็นที่แพร่หลายและนิยมใช้กันมาก ลักษณะการทำงานของระบบสื่อสารแบบนี้คือ มีการกำหนดพื้นที่เป็นเซล<br />
เหมือนรวงผึ้ง แต่ละเซลจะครอบคลุมพื้นที่บริเวณหนึ่ง มีระบบสื่อสารเชื่อมโยงระหว่างเซลเข้าด้วยกัน ครอบคลุมพื้นที่บริการไว้ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเราอยู่ที่บริเวณ<br />
พื้นที่บริการใด และมีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญาณจากโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเชื่อมโยงกับสถานีรับส่งประจำเซลขึ้น ทำให้ติดต่อไปยังข่ายสื่อสารที่ใดก็ได้<br />
ครั้นเมื่อเราเคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่ก็จะโอนการรับส่งไปยังเซลที่อยู่ข้างเคียงโดยที่สัญญาณสื่อสารไม่ขาดหาย </p>
<p>โทรศัพท์เคลื่อนที่</p>
<p>       ระบบสื่อสารไร้สาย (wireless communication)  เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความสะดวกในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าสู่เครือข่าย<br />
ระบบที่รู้จักและใช้งานกันแพร่หลายคือ ระบบแลนไร้สาย (wireless LAN) เป็นระบบเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ต่างๆ เข้าสู่เครือข่ายด้วยสัญญาณวิทยุ<br />
สามารถเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าสู่ระบบด้วยความสูงถึง 11 เมกะบิตต่อวินาที</p>
<p>        ระบบเครือข่ายไร้สายที่รู้จักและนำมาประยุกต์ใช้กันมากอีกระบบหนึ่งคือ ระบบบลูทูธ (bluetooth) เป็นการเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ เข้าสู่เครือข่ายใน<br />
ระยะใกล้ เพื่อลดการใช้สายสัญญาณ และสร้างความสะดวกในการใช้งาน</p>
<p>ข้อมูลจาก:-http://www.chakkham.ac.th/technology/newtechno/lesson8_7.html
</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/10/30/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Thu, 30 Oct 2008 11:55:40 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>การออกแบบ</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/10/30/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/10/30/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a</guid>
		<description><![CDATA[<p>การออกแบบ  Design<br />
  การออกแบบ  หมายถึง การถ่ายทอดรูปแบบจากความคิดออกมาเป็นผลงาน ที่ผู้อื่น<br />
สามารถมองเห็น รับรู้ หรือสัมผัสได้  เพื่อให้มีความเข้าใจในผลงานร่วมกัน<br />
        ความสำคัญของการออกแบบ มีอยู่หลายประการ กล่าวคือ<br />
1.ในแง่ของการวางแผนการการทำงาน งานออกแบบจะช่วยให้การทำงานเป็นไปตาม<br />
   ขั้นตอน อย่างเหมาะสม และประหยัดเวลา ดังนั้นอาจถือว่าการออกแบบ คือ การวาง<br />
   แผนการทำงานก็ได้<br />
2. ในแง่ของการนำเสนอผลงาน ผลงานออกแบบจะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจ<br />
    ตรงกันอย่างชัดเจน  ดังนั้น ความสำคัญในด้านนี้ คือ เป็นสื่อความหมายเพื่อความเข้าใจ<br />
    ระหว่างกัน<br />
3. เป็นสิ่งที่อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับงาน งานบางประเภทอาจมีรายละเอียดมากมาย<br />
   ซับซ้อน ผลงานออกแบบจะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้อง และผู้พบเห็นมีความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น<br />
   หรืออาจกล่าวได้ว่า ผลงานออกแบบ คือ ตัวแทนความคิดของผูออกแบบได้ทั้งหมด<br />
4. แบบ จะมีความสำคัญอย่างที่สุด ในกรณีที่ นักออกแบบกับผู้สร้างงานหรือผู้ผลิต<br />
    เป็นคนละคนกัน เช่น สถาปนิกกับช่างก่อสร้าง  นักออกแบบกับผู้ผลิตในโรงงาน<br />
    หรือถ้าจะเปรียบไปแล้ว นักออกแบบก็เหมือนกับคนเขียนบทละครนั่นเอง </p>
<p>แบบ  เป็นผลงานจากการออกแบบ เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์และฝีมือของ<br />
นักออกแบบ แบบมีอยู่หลายลักษณะ ดังนี้ คือ<br />
        1. เป็นภาพวาดลายเส้น (drawing) ภาพระบายสี (Painting) ภาพถ่าย (Pictures)<br />
หรือแบบร่าง (Sketch) แบบที่มีรายละเอียด (Draft) เช่น แบบก่อสร้าง   ภาพพิมพ์<br />
(Printing) ฯลฯ ภาพต่าง ๆ ใช้แสดงรูปลักษณะของงาน หรือแสดงรายละเอียดต่าง ๆ<br />
เกี่ยวกับงาน ที่เป็น 2 มิติ<br />
        2. เป็นแบบจำลอง (Model) หรือของจริง เป็นแบบอีกประเภทหนึ่งที่ใช้แสดง<br />
รายละเอียดของงานได้ชัดเจนกว่าภาพต่าง ๆ เนื่องจากมีลักษณะเป็น 3 มิติ ทำให้<br />
สามารถเข้าใจในผลงานได้ดีกว่า นอกจากนี้ แบบจำลองบางประเภทยังใช้งานได้<br />
เหมือนของจริงอีกด้วยจึงสมารถใช้ในการทดลอง และทดสอบการทำงาน เพื่อหา<br />
ข้อบกพร่องได้<br />
ประเภทของการออกแบบ<br />
1. การออกแบบทางสถาปัตยกรรม (Architecture Design) เป็นการออกแบบเพื่อ<br />
การก่อสร้าง สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ นักออกแบบสาขานี้ เรียกว่า สถาปนิก (Architect) ซึ่ง<br />
โดยทั่วไปจะต้องทำงานร่วมกับ วิศวกรและมัณฑนากร โดยสถาปนิก รับผิดชอบเกี่ยว<br />
กับประโยชน์ใช้สอยและความงามของสิ่งก่อสร้าง งานทางสถาปัยตกรรมได้แก่<br />
- สถาปัตยกรรมทั่วไป เป็นการออกแบบสิ่งก่อสร้างทั่วไป เช่น อาคาร บ้านเรือน ร้านค้า  โบสถ์  วิหาร  ฯลฯ<br />
- สถาปัตยกรรมโครงสร้าง เป็นการออกแบบเฉพาะโครงสร้างหลักของอาคาร<br />
- สถาปัตยกรรมภายใน  เป็นการออกแบบที่ต่อเนื่องจากงานโครงสร้าง ที่เป็นส่วนประกอบของอาคาร<br />
- งานออกแบบภูมิทัศน์ เป็นการออกแบบที่มีบริเวณกว้างขวาง  เป็นการจัดบริเวณพื้นที่ต่าง ๆ<br />
   เพื่อให้เหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอยและความสวยงาม<br />
- งานออกแบบผังเมือง เป็นการออกแบบที่มีขนาดใหญ่ และมีองค์ประกอบซับซ้อน ซึ่งประกอบ<br />
   ไปด้วยกลุ่มอาคารจำนวนมาก ระบบภูมิทัศน์ ระบบสาธารณูปโภค ฯลฯ </p>
<p>2. การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) เป็นการออกแบบเพื่อการผลิต ผลิตภัณฑ์<br />
ชนิดต่าง ๆงานออกแบบสาขานี้ มีขอบเขตกว้างขวางมากที่สุด และแบ่งออกได้มากมาย<br />
หลาย ๆ ลักษณะ นักออกแบบรับผิดชอบเกี่ยวกับประโยชน์ใช้สอยและความสวยงามของ<br />
ผลิตภัณฑ์  งานออกแบบประเภทนี้ได้แก่<br />
- งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์<br />
- งานออกแบบครุภัณฑ์<br />
- งานออกแบบเครื่องสุขภัณฑ์<br />
- งานออกแบบเครื่องใช้สอยต่างๆ<br />
- งานออกแบบเครื่องประดับ  อัญมณี<br />
- งานออกแบบเครื่องแต่งกาย<br />
- งานออกแบบภาชนะบรรจุผลิตภัณฑ์<br />
- งานออกแบบผลิตเครื่องมือต่าง ๆ   ฯลฯ  </p>
<p>3. การออกแบบทางวิศวกรรม (Engineering Design) เป็นการออกแบบเพื่อการผลิต<br />
ผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ เช่นเดียวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกัน ต้องใช้<br />
ความรู้ความสามารถและเทคโนโลยีในการผลิตสูง ผู้ออกแบบคือ วิศวกร ซึ่งจะรับผิดชอบ<br />
ในเรื่องของประโยชน์ใช้สอย ความปลอดภัยและ กรรมวิธีในการผลิต  บางอย่างต้องทำงาน<br />
ร่วมกันกับนักออกแบบสาขาต่าง ๆ ด้วย งานอกแบบประเภทนี้ได้แก่<br />
- งานออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้า<br />
- งานออกแบบเครื่องยนต์<br />
- งานออกแบบเครื่องจักรกล<br />
- งานออกแบบเครื่องมือสื่อสาร<br />
- งานออกแบบอุปกณ์อิเลคทรอนิคส์ต่าง ๆ   ฯลฯ </p>
<p>4. การออกแบบตกแต่ง (Decorative Design) เป็นการออกแบบเพื่อการตกแต่งสิ่งต่าง ๆ<br />
ให้สวยงามและเหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น นักออกแบบเรียนว่า มัณฑนากร<br />
(Decorator) ซึ่งมักทำงานร่วมกับสถาปนิก งานออกแบบประเภทนี้ได้แก่<br />
- งานตกแต่งภายใน (Interior Design)<br />
- งานตกแต่งภายนอก  (Exterior Design)<br />
- งานจัดสวนและบริเวณ ( Landscape Design)<br />
- งานตกแต่งมุมแสดงสินค้า (Display)<br />
- การจัดนิทรรศการ (Exhibition)<br />
- การจัดบอร์ด<br />
- การตกแต่งบนผิวหน้าของสิ่งต่าง ๆ เป็นต้น  ฯลฯ </p>
<p>5. การออกแบบสิ่งพิมพ์ (Graphic Design) เป็นการออกแบบเพื่อทางผลิตงานสิ่งพิมพ์<br />
ชนิดต่าง ๆ ได้แก่ หนังสือ  หนังสือพิมพ์  โปสเตอร์  นามบัตร  บัตรต่าง ๆ  งานพิมพ์ลวดลายผ้า<br />
งานพิมพ์ภาพลงบนสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ  งานออกแบบรูปสัญลักษณ์   เครื่องหมายการค้า  ฯลฯ</p>
<p>ทัศนศิลป์และการออกแบบ<br />
<strong>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี</strong>ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา<br />
   การออกแบบ เป็น การสร้างสรรค์ทางศิลปะอย่างหนึ่ง ของมนุษย์ชาติ ซึ่งมีประวัติ ความเป็นมาและวิวัฒนาการที่ควบคู่ กันมากับมนุษย์โดยตลอด เป็นศาสตร์สาขาหนึ่งของศิลปะที่มนุษย์ ทุกคนจะต้องรู้จักและสัมผัสกับผลงานการออกแบบอยู่ตลอดเวลา ในชีวิตและประสบการณ์ประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดก็ตาม เพราะ การออกแบบนั้นก็คือความเพียรพยายามของมนุษย์ในอันที่จะนำเอาทรัพยากรต่างๆ ในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาดัดแปลงขึ้นเป็นสิ่งที่จะเอื้ออำนวย ความสะดวกสบาย และเกิดคุณประโยชน์เกิดคุณค่าต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์สนองตัญหาความอยาก (Needs) ของมนุษย์ในที่สุดนั่นเอง
</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/10/30/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Thu, 30 Oct 2008 11:51:35 +0700</pubDate>	</item>
	<item>
	<title>พรบการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์2550</title>
	<link>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/10/27/azaasaaaaaaaaaaaaaoeaaaeaauaacaaaasaaaazaaaeaaaaoe2550</link>
	<guid>http://joyboy.nireblog.com/post/2008/10/27/azaasaaaaaaaaaaaaaoeaaaeaauaacaaaasaaaazaaaeaaaaoe2550</guid>
		<description><![CDATA[<p>พรบ. คอมพิวเตอร์ 2550<br />
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ </p>
<p>มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550”</p>
<p>มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป</p>
<p>มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ “ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ<br />
            “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย<br />
            “ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลาชนิดของบริการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น<br />
            “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า<br />
            (1) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนามหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น<br />
            (2) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น<br />
            “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม<br />
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้<br />
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้<br />
มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้<br />
หมวด 1<br />
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์<br />
มาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
มาตรา 6 ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
มาตรา 8 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
มาตรา 9 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
มาตรา 10 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
มาตรา 11 ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท<br />
มาตรา 12 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 9 หรือมาตรา 10<br />
(1) ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นในทันทีหรือในภายหลังและไม่ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท<br />
(2) เป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการบริการสาธารณะ หรือเป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท<br />
ถ้าการกระทำความผิดตาม (2) เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี<br />
มาตรา 13 ผู้ใดจำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดตามมาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 10 หรือมาตรา 11 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
มาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
(1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน<br />
(2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน<br />
(3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา<br />
(4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้<br />
(5) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (1)(2) (3) หรือ (4)<br />
มาตรา 15 ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14<br />
มาตรา 16 ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ<br />
ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต ผู้กระทำไม่มีความผิด ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือ บุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย<br />
มาตรา 17 ผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้นอกราชอาณาจักรและ<br />
(1) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้นหรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ<br />
(2) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ<br />
จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร </p>
<p>หมวด 2<br />
พนักงานเจ้าหน้าที่<br />
มาตรา 18 ภายใต้บังคับมาตรา 19 เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวนในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดและหาตัวผู้กระทำความผิด<br />
(1) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้มาเพื่อให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งเอกสาร ข้อมูล หรือหลักฐานอื่นใดที่อยู่ในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้<br />
(2) เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือจากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง<br />
(3) สั่งให้ผู้ให้บริการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการที่ต้องเก็บตามมาตรา 26 หรือที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมของผู้ให้บริการให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่<br />
(4) ทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ จากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์นั้นยังมิได้อยู่ในความครอบครองของพนักงานเจ้าหน้าที่<br />
(5) สั่งให้บุคคลซึ่งครอบครองหรือควบคุมข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่<br />
(6) ตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด อันเป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดและสั่งให้บุคคลนั้นส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นให้ด้วยก็ได้<br />
(7) ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด หรือสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทำการถอดรหัสลับ หรือให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการถอดรหัสลับดังกล่าว<br />
(8) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่งความผิดและผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้<br />
มาตรา 19 การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 18 (4) (5) (6) (7) และ<br />
(8) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามคำร้อง ทั้งนี้ คำร้องต้องระบุเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดกระทำหรือกำลังจะกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เหตุที่ต้องใช้อำนาจ ลักษณะของการกระทำความผิด รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดและผู้กระทำความผิด เท่าที่สามารถจะระบุได้ ประกอบคำร้องด้วยในการพิจารณาคำร้องให้ศาลพิจารณาคำร้องดังกล่าวโดยเร็วเมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ก่อนดำเนินการตามคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำเนาบันทึกเหตุอันควรเชื่อที่ทำให้ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 18 (4) (5) (6) (7) และ (8) มอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐาน แต่ถ้าไม่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครองเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ ณ ที่นั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งมอบสำเนาบันทึกนั้นให้แก่เจ้าของหรือ<br />
ผู้ครอบครองดังกล่าวในทันทีที่กระทำได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เป็นหัวหน้าในการดำเนินการตามมาตรา 18 (4) (5) (6) (7) และ<br />
(8) ส่งสำเนาบันทึกรายละเอียดการดำเนินการและเหตุผลแห่งการดำเนินการให้ศาลที่มีเขตอำนาจภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาลงมือดำเนินการ เพื่อเป็นหลักฐานการทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 18 (4) ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และต้องไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินกิจการของเจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นเกินความจำเป็น การยึดหรืออายัดตามมาตรา 18 (8) นอกจากจะต้องส่งมอบสำเนาหนังสือแสดงการยึดหรืออายัดมอบให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐานแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งยึดหรืออายัดไว้เกินสามสิบวันมิได้ ในกรณีจำเป็นที่ต้องยึดหรืออายัดไว้นานกว่านั้น ให้ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอขยายเวลายึดหรืออายัดได้ แต่ศาลจะอนุญาตให้ขยายเวลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันได้อีกไม่เกินหกสิบวัน เมื่อหมดความจำเป็นที่จะยึดหรืออายัดหรือครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องส่งคืนระบบคอมพิวเตอร์ที่ยึดหรือถอนการอายัดโดยพลัน หนังสือแสดงการยึดหรืออายัดตามวรรคห้าให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง<br />
มาตรา 20 ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในภาคสองลักษณะ 1 หรือลักษณะ 1/1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้อง พร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการทำให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได้<br />
มาตรา 21 ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดมีชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์รวมอยู่ด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่อาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอให้มีคำสั่งห้ามจำหน่ายหรือเผยแพร่ หรือสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นระงับการใช้ ทำลายหรือแก้ไขข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขในการใช้ มีไว้ในครอบครอง หรือเผยแพร่ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ดังกล่าวก็ได้ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ตามวรรคหนึ่งหมายถึงชุดคำสั่งที่มีผลทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่งอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทำลาย ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมขัดข้อง หรือปฏิบัติงานไม่ตรงตามคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือโดยประการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงทั้งนี้ เว้นแต่เป็นชุดคำสั่งที่มุ่งหมายในการป้องกันหรือแก้ไขชุดคำสั่งดังกล่าวข้างต้น ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา<br />
มาตรา 22 ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา 18 ให้แก่บุคคลใดความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการกระทำเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่<br />
โดยมิชอบ หรือเป็นการกระทำตามคำสั่งหรือที่ได้รับอนุญาตจากศาลพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
มาตรา 23 พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา 18 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
มาตรา 24 ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามมาตรา 18 และเปิดเผยข้อมูลนั้นต่อผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
มาตรา 25 ข้อมูล ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อ้างและรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยานได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจมีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น<br />
มาตรา 26 ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้ ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง ความในวรรคหนึ่งจะใช้กับผู้ให้บริการประเภทใด อย่างไร และเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา<br />
ผู้ให้บริการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท<br />
มาตรา 27 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตามมาตรา 18 หรือมาตรา 20 หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลตามมาตรา 21 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทและปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง<br />
มาตรา 28 การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนด<br />
มาตรา 29 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจรับคำร้องทุกข์หรือรับคำกล่าวโทษ และมีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในการจับ ควบคุม ค้น การทำสำนวนสอบสวนและดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ บรรดาที่เป็นอำนาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประสานงานกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐมนตรีมีอำนาจร่วมกันกำหนดระเบียบเกี่ยวกับแนวทางและวิธีปฏิบัติในการดำเนินการตามวรรคสอง<br />
มาตรา 30 ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา<br />
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ<br />
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี<br />
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ได้เป็นส่วนสำคัญของการประกอบกิจการและการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากมีผู้กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามคำสั่งที่กำหนดไว้หรือทำให้การทำงานผิดพลาดไปจากคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือใช้วิธีการใด ๆ เข้าล่วงรู้ข้อมูล แก้ไข หรือทำลายข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ย่อมก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ </p>
<p>สรุปความ พรบ.คอมพิวเตอร์ 2550<br />
     เนื่องจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้การประกาศใช้ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2550 ผมเองที่คลุกคลีใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับคอมพิวเตอร์ก็เลยสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากที่ผ่านมาทำความผิดเกี่ยวกับคอมเอาไว้นิดโหน่ยมั้ง ก็เลยต้องรับรู้กฎหมายมันซะหน่อย ว่าทำอะไรผิดบ้างถึงจะถูกกฎหมายนี้ลงโทษเอาได้ จะได้ระวังตัวให้มากขึ้น แต่ พรบ มันก็ย้าวยาว เลยสรุปมันเอาง่ายๆดังนี้เลยละกัน<br />
 1. เจ้าของคอมไม่ให้เข้าระบบคอมพิวเตอร์ของเขา แล้วเราแอบเข้าไป … เจอคุก 6 เดือน<br />
2. แอบไปรู้วิธีการเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของชาวบ้าน แล้วเที่ยวไปบอกให้คนอื่นรู้ … เจอคุกไม่เกินปี (ถ้าแอบไปรู้ไม่บอกใครก็ไม่ผิด)<br />
3. แอบไปล้วงข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บเอาไว้ในระบบคอมพิวเตอร์… เจอคุกไม่เกิน 2 ปี<br />
4. ข้อมูลที่ถูกส่งหากันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบส่วนตั๊วส่วนตัว แล้วเราทะลึ่งไปดักจับข้อมูลของเขา … เจอคุกไม่เกิน 3 ปี (ดักฟังคนคุยจีบกันใน MSN จะโดยมั้ยเนี่ย)<br />
5. ข้อมูลของเขาอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเขาดี ๆ ถ้าดันมือบอนไปโมดิฟรายมันซะงั้น … เจอคุกไม่เกิน 5 ปี (อย่าเผลอไปแก้ไข word ที่คนอื่นเขาพิมไว้ในเครื่องของเขาล่ะ)<br />
6. ระบบคอมพิวเตอร์ของชาวบ้านทำงานอยู่ดี ๆ ถ้าดันปล่อย packet หรือ message หรือ virus หรือ trojan หรือ worm หรือ (โอ๊ยเยอะ) เข้าไปก่อกวนจนระบบเขาเดี้ยง … เจอคุกไม่เกิน 5 ปี (ปล่อยไวรัสลองวิชาหน่อยเดียวอาจโดนคุกถึง 5 ปีเชียวหรือนี่)<br />
7. ถ้าเขาไม่ได้อยากได้ข้อมูลจากเราเล้ย เช่นไม่อยากได้อีเมลล์จากเรา แล้วก็ทำตัวเป็นนัก Forward เซ้าซี้ส่งให้เขาซ้ำ ๆ อยู่นั่นแหล่ะ จนทำให้เขาเบื่อหน่ายรำคาญ … เจอปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท<br />
8. ถ้าเราทำผิดข้อ 5. กับ ข้อ 6. แล้วมันดันสร้างความพินาศใหญ่โตในระดับรากหญ้า(เช่น เข้าไปโมดิฟรายแก้ไข ทำลาย ก่อนกวน ระบบสาธารณูปโภค หรือระบบจราจร ที่ควบคุมโดยคอม) งานนี้มีซวยแน่ เจอคุกสิบปีขึ้น<br />
9. ถ้าเราสร้างโปรแกรม หรือซอฟต์แวร์เพื่อช่วยให้ใคร ๆ ทำเรื่องแย่ ๆ ในข้อข้างบน ๆ ได้ … เจอคุกไม่เกินปีนึงเหมือนกัน (เป็นผู้หนับหนุน ประมาณนั้นงะ)<br />
10. โป๊ก็โดน, โกหกก็โดน,ท้าทายอำนาจรัฐก็โดน … เจอคุกไม่เกิน 5 ปี<br />
11. ใครเป็นเจ้าของเว็บ แล้วยอมให้เกิดข้อ 10. โดนเหมือนกัน … เจอคุกไม่เกิน 5 ปี (เวบโป๊เตรียมตัวปิด)<br />
12. พวกชอบเอารูปชาวบ้านมาตัดต่อแล้วให้คนอื่นดู เตรียมใจไว้เลยมีโดน … เจอคุกไม่เกิน 3 ปี<br />
13. เราทำผิดที่เว็บไซต์ซึ่งอยู่เมืองนอก แต่ถ้าเราเป็นคนไทย หึ ๆ อย่าคิดว่ารอด โดนแหง ๆ (แต่หลักฐานการกระทำผิดมันอยู่เมืองนอก ถ้าจะเอาผมเข้าคุก อาจต้องลำบากหน่อยล่ะงานนี้ อยากรู้เหมือนกันว่า กฎหมายเมืองนอกจะป้องกัน ข้อมูลบน server ที่อยู่เมืองนอกแบบไหนอย่างไร)<br />
14. ฝรั่งทำผิดต่อเรา แล้วมันอยู่เมืองนอกอีกต่างหาก เราเป็นคนไทย ก็เรียกร้องเอาผิดได้เหมือนกัน (อันนี้ฟังดูเหมือนง่าย แล้วกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลล่ะว่าไง ตูจะบินไปลากคอคนต่างชาติมาศาลไทยงะ) ป.ล. ได้ข่าวว่า พวกสิ้นคิด กำลัง ร่าง พรบเกี่ยวกับ การมีสื่อลามกไว้ในครอบครองและเพื่อจำหน่าย (ถ้ามีหนังโป๊อยู่ในบ้านติดคุก) ถ้าพรบนี้ผ่าน(ไม่มีวันผ่านแน่)ก็คิดเอาเองแล้วกัน (อยากเห็นหน้าตัวหัวคิดจริงๆ มันว่างนักหรือไง)</p>
<p>แหล่งข้อมูล:- http://www.google.co.th/search?as_q=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C+2550&hl=th&num=10&btnG=%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2+Google&as_epq=&as_oq=&as_eq=&lr=&cr=&as_ft=i&as_filetype=doc&as_qdr=all&as_occt=any&as_dt=i&as_sitesearch=&as_rights=
</p>
<p><a href="http://joyboy.nireblog.com/post/2008/10/27/azaasaaaaaaaaaaaaaoeaaaeaauaacaaaasaaaazaaaeaaaaoe2550#comments">Comments</a></p>]]></description>
	<pubDate>Mon, 27 Oct 2008 10:40:23 +0700</pubDate>	</item>
</channel>	
</rss>
 
